ปี 2026 อาจไม่ใช่ปีที่การท่องเที่ยวโลกโตเร็วอย่างที่เคยหวัง ต้นปี UN Tourism (องค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ เดิมชื่อ UNWTO) เคยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวข้ามประเทศจะเพิ่ม 3% – 4% แต่รายงานเดือนกันยายนปรับลงเหลือเพียง 1% – 2% หลังต้นทุนเดินทางสูงขึ้นและการเดินทางผ่านตะวันออกกลางสะดุด ถึงอย่างนั้น ประเทศที่ดึงดูดคนได้มากที่สุดก็ยังแข่งขันกันหนัก เพราะผู้ชนะไม่ได้วัดเพียงจำนวนคนที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่รวมถึงเงินที่นักท่องเที่ยวใช้ในระบบเศรษฐกิจด้วย
ข้อมูลล่าสุดทำให้เห็นสองภาพที่ต่างกัน ฝรั่งเศสยังอยู่หัวแถวด้านจำนวนผู้มาเยือน ขณะที่สหรัฐอเมริกาครองอันดับหนึ่งด้าน International Tourism Receipts (รายรับจากการใช้จ่ายของผู้เดินทางต่างชาติในประเทศปลายทาง) ความต่างนี้บอกว่าเมืองท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการไม่ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนในสัดส่วนเท่ากันเสมอไป
บทความนี้เสนอ ฉากทัศน์อันดับ 10 ประเทศในปี 2026 ของ OPXpress จากอันดับล่าสุดที่ UN Tourism เผยแพร่ชัดเจนสำหรับปี 2024 ผสมกับตัวเลขปี 2025 และแนวโน้มครึ่งแรกปี 2026 ไม่ใช่ตารางคาดการณ์รายประเทศที่ UN Tourism รับรอง และไม่ใช่อันดับทางการของปี 2026 ซึ่งยังไม่สิ้นสุด
ก่อนดู 10 อันดับ ต้องนับให้ถูกก่อน
International Tourist Arrivals (จำนวนการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค้างคืน) ไม่เท่ากับจำนวนผู้โดยสารสนามบินหรือจำนวนคนที่ข้ามพรมแดนทั้งหมด คนเดินทางคนเดียวอาจถูกนับเป็นหลายการเดินทางหากเข้าออกหลายครั้ง ส่วนผู้ไปเช้าเย็นกลับมักไม่อยู่ในตัวเลขนักท่องเที่ยวค้างคืน ดังนั้นการนำยอด “ผู้มาเยือน” ของบางประเทศมาเทียบกับ “นักท่องเที่ยวค้างคืน” ของอีกประเทศจึงผิดนิยามตั้งแต่ต้น
UN Tourism เปิดเผยอันดับครบ 10 ประเทศสำหรับปี 2024 ในรายงาน International Tourism Highlights 2025 Edition ซึ่งเผยแพร่ในปี 2026 โดยมีฝรั่งเศส สเปน และสหรัฐอเมริกาเป็นสามอันดับแรก ส่วนจำนวนปี 2025 ของบางประเทศเผยแพร่แล้ว แต่ยังไม่อาจนำมาจัดเป็นตารางปี 2026 ที่ครบทุกประเทศด้วยนิยามเดียวกันได้ จีนยิ่งต้องระวัง เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2024 ในตาราง UN Tourism เป็น ค่าประมาณ เนื่องจากข้อมูลทางการยังไม่ครบขณะจัดทำรายงาน
สิบประเทศที่มีแนวโน้มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในปี 2026
ตารางเรียงตาม การประเมินเชิงบรรณาธิการของ OPXpress ไม่ใช่อันดับที่ UN Tourism ประกาศสำหรับปี 2026 ตัวเลขในคอลัมน์ขวาเป็นจำนวนผู้เดินทางปี 2024 ที่ UN Tourism ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบ หน่วยล้านการเดินทาง และปัดเศษตามรายงาน
| อันดับคาดการณ์ | ประเทศ | นักท่องเที่ยวปี 2024 |
|---|---|---|
| 1 | ฝรั่งเศส | 102 ล้าน |
| 2 | สเปน | 94 ล้าน |
| 3 | สหรัฐอเมริกา | 72 ล้าน |
| 4 | ตุรกี | 61 ล้าน |
| 5 | อิตาลี | 58 ล้าน |
| 6 | เม็กซิโก | 45 ล้าน |
| 7 | ญี่ปุ่น | 37 ล้าน |
| 8 | สหราชอาณาจักร | 42 ล้าน |
| 9 | เยอรมนี | 38 ล้าน |
| 10 | จีน | ประมาณ 36 ล้าน |
การให้ญี่ปุ่นขยับขึ้นจากอันดับ 9 ในปีฐานเป็นอันดับ 7 ในฉากทัศน์ปี 2026 เป็น ข้อประเมิน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะญี่ปุ่นรายงานผู้มาเยือนปี 2025 จำนวน 42.68 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากราว 36.87 ล้านคนในปี 2024 แต่จำนวนปี 2025 ของสหราชอาณาจักรและการนับนักท่องเที่ยวของจีนยังต้องตรวจเทียบอย่างละเอียด อันดับ 7 – 10 จึงอาจสลับกันได้ และกรีซซึ่งเติบโตต่อเนื่องเป็นประเทศที่มีโอกาสแทรกเข้ามา
ฝรั่งเศส อันดับ 1 จากเครือข่ายการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย
ฝรั่งเศสไม่ได้พึ่งปารีสอย่างเดียว ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ภูเขาแอลป์ เมืองประวัติศาสตร์ อาหาร และเส้นทางรถไฟข้ามพรมแดนทำให้ดึงดูดทั้งคนยุโรปที่เดินทางระยะสั้นและนักท่องเที่ยวไกลบ้าน กระทรวงเศรษฐกิจฝรั่งเศสระบุว่าประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวประมาณ 102 ล้านคนในปี 2025 จึงมีฐานใหญ่พอจะรักษาตำแหน่ง แม้รายได้ต่อหนึ่งการเดินทางไม่ใช่ระดับสูงสุดของโลก
สเปน อันดับ 2 จากทะเล เมืองใหญ่ และฤดูกาลท่องเที่ยวที่ยาวขึ้น
สเปนมีตลาดชายหาดและหมู่เกาะขนาดใหญ่ ควบคู่กับบาร์เซโลนา มาดริด และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หน่วยงานสถิติสเปนรายงานนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2025 ราว 96.8 ล้านคน เพิ่มจากประมาณ 94 ล้านคนในปี 2024 ปัจจัยท้าทายไม่ใช่เพียงจะรับคนได้อีกเท่าใด แต่เมืองและชุมชนจะแบกรับค่าเช่าที่อยู่อาศัย การใช้น้ำ และความแออัดไหวหรือไม่
สหรัฐอเมริกา อันดับ 3 แต่มีพลังทำรายได้สูงที่สุด
เมืองใหญ่ ธีมพาร์ก อุทยานแห่งชาติ การเดินทางเพื่อธุรกิจ และนักท่องเที่ยวระยะไกลเป็นตลาดที่ใช้จ่ายต่อทริปสูง ทำให้สหรัฐฯ มีรายรับท่องเที่ยวมากกว่าประเทศที่รับคนมากกว่า อย่างไรก็ตาม การเดินทางเข้าประเทศมีความอ่อนไหวต่อวีซ่า ค่าเงิน ค่าโดยสาร และบรรยากาศระหว่างประเทศ จึงยังไม่ควรสมมติว่าสหรัฐฯ จะโตเท่าตลาดยุโรปในปี 2026
ตุรกี อันดับ 4 จากจุดเชื่อมยุโรปและเอเชีย
อิสตันบูล ประวัติศาสตร์ และชายฝั่งอันตัลยาช่วยให้ตุรกีขายการท่องเที่ยวได้ทั้งแบบเมืองวัฒนธรรมและพักผ่อนริมทะเล การมีเครือข่ายสายการบินเชื่อมหลายภูมิภาคเป็นข้อได้เปรียบ แต่ราคาพลังงาน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันกับเมดิเตอร์เรเนียนประเทศอื่นมีผลต่อการตัดสินใจเดินทาง สำนักงานสถิติตุรกีรายงานรายได้ท่องเที่ยวปี 2025 ประมาณ 65.2 พันล้านดอลลาร์ตามนิยามของประเทศ ซึ่งไม่ควรนำไปแทนที่ชุดรายรับ UN Tourism โดยตรง
อิตาลี อันดับ 5 จากมรดกวัฒนธรรมและการใช้จ่ายคุณภาพสูง
โรม เวนิส ฟลอเรนซ์ มิลาน และชายฝั่งตอนใต้ทำให้ตลาดท่องเที่ยวอิตาลีมีจุดขายที่ต่างกัน ตั้งแต่ศิลปะ แฟชั่น อาหาร ไปจนถึงการพักผ่อน ความได้เปรียบคือแบรนด์ประเทศที่แข็งแรง แต่เมืองท่องเที่ยวบางแห่งเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและความแออัด การเพิ่มมูลค่าต่อทริปจึงอาจสำคัญพอ ๆ กับการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
เม็กซิโก อันดับ 6 จากตลาดเพื่อนบ้านและชายหาด
จุดแข็งของเม็กซิโกคือการเดินทางจากสหรัฐฯ และแคนาดา รวมถึงกังกุน ชายฝั่งแคริบเบียน เม็กซิโกซิตี้ และแหล่งโบราณคดี รัฐบาลรายงานนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค้างคืนราว 47.8 ล้านคนในปี 2025 เพิ่ม 6.1% และมีรายรับจากผู้มาเยือนต่างชาติ 34.99 พันล้านดอลลาร์ ข้อควรระวังคือยอดผู้มาเยือนทั้งหมด 98.2 ล้านคนในรายงานเดียวกัน รวมผู้ไม่ค้างคืน จึงใช้แทนตัวเลขจัดอันดับไม่ได้
ญี่ปุ่น อันดับ 7 ในฉากทัศน์ เพราะมีโอกาสแซงหลายประเทศ
ญี่ปุ่นมีทั้งเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซากา เกียวโต เมืองรอง วัฒนธรรม อาหาร และระบบขนส่งที่เชื่อมจุดหมายหลายประเภท Japan National Tourism Organization ยืนยันผู้มาเยือนปี 2025 ประมาณ 42.68 ล้านคน ซึ่งทำให้มีโอกาสเลื่อนจากอันดับ 9 ในฐานปี 2024 อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยน ความหนาแน่นของเมืองยอดนิยม และข้อจำกัดการบินอาจทำให้อันดับจริงไม่ตรงกับฉากทัศน์
สหราชอาณาจักร อันดับ 8 จากมหานคร ธุรกิจ และวัฒนธรรม
ลอนดอนเป็นศูนย์กลางเที่ยวชม การศึกษา การประชุม งานแสดงสินค้า และกิจกรรมกีฬา ขณะที่สกอตแลนด์และภูมิภาคอื่นเพิ่มตัวเลือกท่องเที่ยวธรรมชาติและมรดกทางประวัติศาสตร์ ตลาดนี้มีรายรับต่อผู้เยือนค่อนข้างสูง แต่ผลหลัง Brexit ต้นทุนโรงแรม และค่าตั๋วเดินทางเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม การวางไว้รองญี่ปุ่นเป็นเพียงความเป็นไปได้จากการเติบโตของญี่ปุ่น ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าญี่ปุ่นแซงแล้ว
เยอรมนี อันดับ 9 จากงานแสดงสินค้า ธุรกิจ และเมืองประวัติศาสตร์
เบอร์ลิน มิวนิก และเมืองงานแสดงสินค้าใหญ่ทำให้เยอรมนีดึงดูดผู้เดินทางเพื่อธุรกิจ รวมถึงนักท่องเที่ยวเมืองและวัฒนธรรม จุดแข็งของประเทศไม่ได้อยู่แค่ฤดูพักผ่อน แต่ยังมีงานประชุมและเครือข่ายรถไฟเชื่อมประเทศรอบข้าง สำหรับปี 2025 หน่วยงานสถิติเยอรมันรายงานจำนวนคืนพักของชาวต่างชาติลดลงเล็กน้อย จึงยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะขยับขึ้นอย่างมั่นคง
จีน อันดับ 10 แบบมีความไม่แน่นอนสูงสุด
จีนมีนครใหญ่ ธรรมชาติ และมรดกวัฒนธรรมที่หลากหลาย พร้อมนโยบายอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าในช่วงฟื้นตัวหลังโควิด แต่จำนวนคนข้ามพรมแดนทั้งหมดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค้างคืนไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวกัน และ UN Tourism ระบุชัดว่าตัวเลขจีนในฐานปี 2024 เป็นค่าประมาณ ดังนั้นอันดับสิบจึงเป็นตำแหน่งที่ต้องเผื่อโอกาสให้กรีซหรือประเทศอื่น ไม่ควรนำไปเสนอเป็นอันดับทางการ
ประเทศที่อยู่นอก Top 10 และปัจจัยที่อาจเปลี่ยนอันดับปี 2026
ก่อนจะบอกว่าประเทศใด “หลุดจากสิบอันดับแรกปี 2025” ต้องมีอันดับปี 2025 ที่รวบรวมด้วยนิยามและช่วงเวลาเดียวกันเสียก่อน ชุด UN Tourism ที่ใช้เป็นฐานบทความนี้จัดอันดับปี 2024 ส่วนตัวเลขปี 2025 ซึ่งแต่ละประเทศทยอยรายงานยังใช้วิธีนับไม่เหมือนกัน จึงยังยืนยันไม่ได้ว่ามีประเทศใดหลุดจากสิบอันดับของ UN Tourism ระหว่างปี 2025 กับฉากทัศน์ปี 2026 ของ OPXpress กรณีต่อไปนี้เป็นการดูประเทศที่อยู่นอกโผคาดการณ์และผู้ท้าชิง ไม่ใช่รายการที่องค์การฯ ประกาศว่าตกอันดับ
ไทยไม่ได้ติดสิบอันดับในปีฐาน แต่ความเสี่ยงต่อการกลับเข้ากลุ่มผู้นำเพิ่มขึ้น
ไทยเป็นตัวอย่างที่น่าจับตา แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเคยติดสิบอันดับโลกปี 2025 แล้วหลุดในปี 2026 โดยในอันดับ UN Tourism ปีฐาน 2024 ไทยไม่อยู่ในสิบประเทศแรก แม้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 35.55 ล้านคน ใกล้กับตัวเลขประมาณ 36 ล้านคนที่รายงานให้จีนซึ่งอยู่อันดับสิบ ปี 2025 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยรายงานนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% จากปี 2024 นี่คือหลักฐานการหดตัวของตลาดไทย ไม่ใช่หลักฐานการเปลี่ยนอันดับอย่างเป็นทางการ

แรงกดดันไม่ได้มาจากเหตุการณ์เดียว นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยลดเหลือประมาณ 4.47 ล้านคนในปี 2025 หดตัว 33.55% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายงานข่าวและผู้ประกอบการเชื่อมโยงส่วนหนึ่งกับความกังวลด้านความปลอดภัยและการแข่งขันจากจุดหมายอื่น ขณะที่เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาในเดือนกรกฎาคม 2025 ทำให้มีประกาศปิดด่านและจำกัดการเดินทางในบางจังหวัด ต่อมาอุทกภัยภาคใต้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนกระทบการเดินทางเข้าออกหาดใหญ่และเส้นทางคมนาคมหลายสาย เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานเชิงปริมาณเพียงพอที่จะระบุว่าแต่ละเหตุทำให้ยอดนักท่องเที่ยวทั่วประเทศลดไปกี่คน
สำหรับปี 2026 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเคยประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 30 – 34 ล้านคน พร้อมปรับยุทธศาสตร์จากเน้นจำนวนคนไปสู่การใช้จ่ายต่อทริปที่สูงขึ้นและกระจายตลาดระยะไกล ส่วนฝนตกหนักและน้ำท่วมบางจุดในกรุงเทพฯ เดือนกันยายน 2026 กระทบการเดินทางช่วงสั้น แต่หน่วยงานท่องเที่ยวรายงานเมื่อ 29 กันยายนว่าพื้นที่ท่องเที่ยวหลักส่วนใหญ่ยังเปิดบริการ ไม่ควรอธิบายว่าไทยทั้งประเทศหยุดรับนักท่องเที่ยวเพราะน้ำท่วม
กรีซอาจแทรกเข้า Top 10 แม้ยังเทียบตัวเลขกับ UN Tourism ตรง ๆ ไม่ได้
กรีซเป็นผู้ท้าชิงที่ไม่ควรถูกมองข้าม ธนาคารกลางกรีซรายงานข้อมูลปรับปรุงล่าสุดว่า ปี 2025 มีผู้เดินทางเข้าจากต่างประเทศราว 43.31 ล้านครั้ง เพิ่ม 6.4% จากปีก่อน และในครึ่งแรกปี 2026 การเดินทางเข้าตามชุดสถิติเดียวกันเพิ่มอีก 15.4% จากช่วงเดียวกันของปี 2025 แรงหนุนมาจากหมู่เกาะ เมืองประวัติศาสตร์ การเดินทางระหว่างประเทศในยุโรป และการเดินทางทางทะเล อย่างไรก็ดี ชุดข้อมูลธนาคารกลางนับการเดินทางขาเข้าตามวิธีสำรวจของประเทศ ไม่ใช่ตารางนักท่องเที่ยวค้างคืนที่ UN Tourism ใช้จัดอันดับ การเห็นตัวเลขราว 43 ล้านครั้งจึงยังสรุปไม่ได้ว่ากรีซแซงจีน เยอรมนี หรือสหราชอาณาจักรในเกณฑ์เดียวกันแล้ว
ออสเตรียตัวเลขสูง แต่รวมการเข้าพักของคนในประเทศด้วย
ออสเตรียเผยแพร่ยอดการเข้าพักในสถานประกอบการที่พักราว 48.2 ล้านครั้งในปี 2025 แต่จำนวนนี้รวมคนในประเทศ โดยผู้เข้าพักจากต่างประเทศมีประมาณ 33.5 ล้านครั้ง อีกทั้งเป็นสถิติการเข้าพักที่อาจนับคนเดิมซ้ำเมื่อเปลี่ยนโรงแรม จึงไม่ใช่ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านด่านเข้าประเทศตามนิยาม UN Tourism ออสเตรียเป็นตลาดใหญ่ที่ต้องติดตาม แต่ไม่ใช่หลักฐานว่าเคยอยู่สิบอันดับแรกของโลกปี 2025 แล้วถูกประเทศอื่นเบียดออกในปี 2026
เมื่อพิจารณาทั้งสามกรณี จุดที่อาจเปลี่ยนโผจริงไม่ใช่เพียงสงคราม น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติ แต่รวมความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ความสะดวกของเส้นทางบิน ราคาตั๋ว การพึ่งพานักท่องเที่ยวบางประเทศ และวิธีเก็บข้อมูล การเปลี่ยนแปลงหนึ่งปีจึงอาจสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่เปลี่ยนจริงและความแตกต่างในการนับ หากจะระบุชื่อประเทศที่ “หลุดจาก Top 10 ปี 2025” อย่างเป็นทางการ ต้องรอชุดอันดับที่เทียบกันได้ครบก่อน
รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสะท้อนอะไรบ้าง
เพื่อไม่ให้ตัวเลขจากหลายประเทศปะปนกัน ตารางนี้ใช้ชุด International Tourism Receipts ของ UN Tourism ในหน่วยพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ราคาปัจจุบันสำหรับปี 2022 – 2024 ซึ่งเป็นสามปีล่าสุดที่ตรวจสอบเป็นอนุกรมเดียวกันได้ครบทั้งสิบประเทศจาก Statistical Annex ฉบับพฤศจิกายน 2025 ตัวเลขปี 2024 ยังอาจถูกปรับปรุงในรายงานรุ่นต่อไป ตารางนี้ ไม่ได้เรียงประเทศตามรายรับ แต่เรียงตามฉากทัศน์อันดับจำนวนผู้มาเยือนข้างต้น
| ประเทศ | รายรับปี 2022 / 2023 / 2024 | หน่วย |
|---|---|---|
| ฝรั่งเศส | 59.7 / 71.2 / 77.0 | พันล้าน USD |
| สเปน | 72.9 / 92.0 / 106.5 | พันล้าน USD |
| สหรัฐอเมริกา | 142.9 / 189.1 / 215.0 | พันล้าน USD |
| ตุรกี | 45.8 / 50.1 / 56.3 | พันล้าน USD |
| อิตาลี | 43.7 / 55.9 / 58.7 | พันล้าน USD |
| เม็กซิโก | 28.0 / 30.7 / 33.0 | พันล้าน USD |
| ญี่ปุ่น | 9.2 / 38.6 / 54.7 | พันล้าน USD |
| สหราชอาณาจักร | 68.0 / 72.0 / 82.5 | พันล้าน USD |
| เยอรมนี | 31.9 / 37.8 / 40.1 | พันล้าน USD |
| จีน | 13.5 / 25.0 / 39.7 | พันล้าน USD |
เหตุผลที่ตารางหยุดที่ปี 2024 ไม่ใช่เพราะปี 2025 ยังไม่มีใครรายงาน แต่เพราะข้อมูลสาธารณะของปี 2025 หลายประเทศใช้แนวคิดต่างกัน เช่น ยอดรายจ่ายของผู้มาเยือนจากการสำรวจกับรายรับตามดุลการชำระเงิน ทั้งยังอาจรวมผู้เดินทางไปเช้าเย็นกลับต่างกัน หากนำยอดเหล่านั้นมาเติมคอลัมน์ 2025 ของ UN Tourism โดยไม่ตรวจนิยามจะทำให้เปรียบเทียบการเติบโตข้ามปีผิดพลาด ขณะส่ง Human Review ยังไม่มีชุดรายรับปี 2025 ที่ยืนยันนิยามเดียวกันครบสิบประเทศในแหล่งที่ตรวจสอบนี้
ปี 2025 ยังมีสัญญาณที่น่าสนใจ ฝรั่งเศสแจ้งรายรับระหว่างประเทศ 77.5 พันล้านยูโร ตุรกีรายงานรายได้ท่องเที่ยว 65.2 พันล้านดอลลาร์ และเม็กซิโกรายงานเงินจากผู้มาเยือนต่างชาติ 35.0 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ช่วยบอกทิศทางธุรกิจ แต่ ไม่ใช่คอลัมน์ 2025 ของตาราง UN Tourism ข้างต้น และไม่ควรนำมาหารด้วยจำนวนผู้มาเยือนแล้วบอกว่าเป็นรายได้ต่อคนที่เปรียบเทียบกันตรง ๆ
Key Insight: จำนวนคนเดินทางเป็นตัววัดความนิยมของจุดหมาย แต่รายรับขึ้นกับระยะเวลาพัก ค่าใช้จ่ายต่อคืน จุดประสงค์การเดินทาง สัดส่วนบริการระดับสูง และวิธีนับของแต่ละประเทศ ประเทศที่มีผู้มาเยือนน้อยกว่าอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าได้
อะไรจะเปลี่ยนอันดับในช่วงที่เหลือของปี 2026
รายงานเดือนกันยายนของ UN Tourism ชี้ว่าครึ่งแรกปี 2026 มีนักท่องเที่ยวเดินทางข้ามประเทศราว 690 ล้านครั้ง เพิ่มเพียง 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยุโรปและแอฟริกาโต 3% และ 4% ตามลำดับ ขณะที่ตะวันออกกลางลดลง 22% ซึ่งสะท้อนว่าการปิดเส้นทางบินและต้นทุนน้ำมันสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจเดินทางได้เร็วกว่าแผนโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยว

หากต้นทุนพลังงานผ่อนคลายและเส้นทางบินกลับสู่ภาวะปกติ ประเทศที่มีเครือข่ายเที่ยวบินหนาแน่นอาจได้ประโยชน์ก่อน ในทางกลับกัน หากค่าโดยสารสูงต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวอาจเลือกประเทศใกล้บ้าน ลดจำนวนคืนพัก หรือเปลี่ยนไปท่องเที่ยวในประเทศตัวเอง คาดการณ์อันดับนี้จึงไวต่อ ค่าเดินทาง ระยะทาง ความสะดวกด้านวีซ่า และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับธุรกิจ โรงแรมและสายการบินควรมองทั้งจำนวนคนเข้าประเทศและรายรับต่อผู้เดินทางที่นิยามชัดเจน หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มแต่ราคาต่อคืนลด หรือภาระต้นทุนแรงงานและพลังงานสูงขึ้น ผลดีต่อกำไรอาจน้อยกว่าที่พาดหัวบอก ส่วนเมืองที่เจอความแออัดอาจต้องเปลี่ยนจากแข่งขันจำนวนคนไปสู่การกระจายฤดูกาลและรายได้ให้พื้นที่อื่น
บทสรุปที่ควรจับตาเมื่อผลจริงออก
ฝรั่งเศสและสเปนมีแนวโน้มรักษาสองอันดับแรกจากฐานนักท่องเที่ยวที่สูงมาก สหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่รายรับสูงกว่าที่อันดับจำนวนคนสะท้อน ส่วนญี่ปุ่นมีโอกาสขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ตำแหน่งระหว่างญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี จีน และผู้ท้าชิงอย่างกรีซยังไม่แน่นอน
เมื่อ UN Tourism ออกรายงานประเทศครบถ้วนอีกครั้ง สิ่งที่ต้องปรับในบทความนี้ไม่ใช่เพียงสลับชื่อประเทศตามอันดับ แต่ต้องตรวจ นิยามของนักท่องเที่ยว ตัวเลขรายรับที่ปรับย้อนหลัง และความต่างระหว่างจำนวนผู้เดินทางกับมูลค่าเศรษฐกิจที่ประเทศได้รับ เพราะอันดับที่สูงขึ้นไม่ได้แปลว่าคนในประเทศนั้นได้ประโยชน์มากขึ้นโดยอัตโนมัติ



