10 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกปี 2026 และเหตุใดอันดับผู้มาเยือนจึงแตกต่างกัน

ปี 2026 กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 ในผลโหวตเมืองน่าเที่ยวของ Condé Nast Traveller ฉบับอังกฤษ ขณะที่นิวยอร์กครองอันดับ 1 ของ Global Tourism City Attractiveness Index โดย Yanolja Research ร่วมกับ Purdue University และ Kyung Hee University สำรวจสิบอันดับของทั้งสองสำนักก่อนย้อนดูอันดับผู้เดินทางต่างชาติเข้าเมืองล่าสุดปี 2025 และข้อมูลปี 2024 พร้อมวิเคราะห์ว่าความนิยม จำนวนผู้มาเยือน และรายได้ท่องเที่ยวอาจไม่เคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน

siam-discovery bangkok

อันดับเมืองท่องเที่ยวที่ประกาศออกมาแล้วในปี 2026 ให้ผู้ชนะต่างกันชัดเจน กรุงเทพฯ ได้อันดับ 1 ของโลกด้วยคะแนน 97.68 จาก Readers’ Choice Awards ของ Condé Nast Traveller ฉบับสหราชอาณาจักร ขณะที่นิวยอร์กเป็นอันดับ 1 ของ Global Tourism City Attractiveness Index โดย Yanolja Research ร่วมกับ Purdue University และ Kyung Hee University

ผลทั้งสองชุดตอบคำถามที่ผู้อ่านสนใจในปี 2026 ได้ทันทีว่าเมืองใดได้รับคะแนนความชอบสูงสุดและเมืองใดโดดเด่นในดัชนีความน่าดึงดูด แต่ยังไม่ใช่การจัดอันดับเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปมากที่สุดของปี 2026 เพราะถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2026 ยังไม่สิ้นปี และยังไม่มีสถิติสรุปครบปีที่เปรียบเทียบทั้งเมืองด้วยนิยามเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ บทความจึงเริ่มจากสิบอันดับปี 2026 ที่เผยแพร่แล้ว ก่อนย้อนดูอันดับผู้เดินทางเข้าเมืองจาก Euromonitor ฉบับปี 2025 และข้อมูลปี 2024 เป็นฐานวิเคราะห์จำนวนคน ส่วนรายได้ท่องเที่ยวใช้ข้อมูลที่ปิดปีแล้วหรือระบุว่าเป็นประมาณการอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าคะแนนความนิยมคือยอดนักท่องเที่ยวจริง

10 เมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกปี 2026

Condé Nast Traveller UK ประกาศผลโหวต Readers’ Choice Awards วันที่ 6 ตุลาคม 2026 ส่วน Yanolja Research ประกาศผลดัชนีปี 2026 ในเดือนกรกฎาคม ข้างล่างเป็นสิบอันดับของแต่ละแหล่งที่เผยแพร่แล้ว ไม่ใช่อันดับจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศหรือยอดผู้พักค้างคืน

อันดับCondé Nast Traveller UK ปี 2026 (คะแนน)Yanolja Research ปี 2026 (อันดับรวม)
1กรุงเทพฯ (97.68)นิวยอร์ก
2ปารีส (97.14)ปารีส
3อิสตันบูล (96.67)โอซาก้า
4โรม (95.96)เกียวโต
5วัลเลตตา (95.76)โซล
6เซี่ยงไฮ้ (95.19)ลอนดอน
7โตเกียว (94.76)โรม
8โซล (93.76)กรุงเทพฯ
9ซิดนีย์ (92.72)โอกินาวะ
10อัมสเตอร์ดัม (92.44)ชิคาโก

ที่มา Condé Nast Traveller ฉบับสหราชอาณาจักร Readers’ Choice Awards 2026 และ Yanolja Research Global Tourism City Attractiveness Index 2026 ซึ่งศึกษา 261 เมืองด้วยข้อมูลบทสนทนาออนไลน์ 14 ภาษา ผลดัชนีประกอบจากความเป็นที่รู้จักและความรู้สึกเชิงบวก ไม่ได้วัดจำนวนผู้เดินทางจริง ทั้งนี้ Yanolja นับ “โอกินาวะ” เป็นหนึ่งหน่วยปลายทางในดัชนี แม้ชื่อดังกล่าวใช้กับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์กว้างกว่าเมืองเดียว

เมื่อเทียบผลปี 2026 ทั้งสองชุด มีเพียงสี่เมืองที่ติดสิบอันดับแรกพร้อมกัน ได้แก่ กรุงเทพฯ ปารีส โรม และโซล ความแตกต่างเด่นที่สุดคือนิวยอร์กครองอันดับ 1 ของ Yanolja แต่เป็นอันดับ 18 ของ Condé Nast Traveller UK ขณะที่กรุงเทพฯ ได้อันดับ 1 จากผู้อ่านฉบับอังกฤษ แต่เป็นอันดับ 8 ในดัชนีรวมของ Yanolja จึงไม่มีเหตุผลที่จะเรียกรายการใดรายการหนึ่งว่าอันดับนักท่องเที่ยวมากที่สุด

ส่วนอันดับเมืองที่ได้รับผู้เดินทางต่างชาติมากที่สุดในปี 2026 ยังต้องรอข้อมูลรายปีที่เปรียบเทียบกันได้ ระหว่างนี้ตัวเลขล่าสุดที่บทความใช้สำหรับคำถามเรื่องปริมาณผู้มาเยือนคือชุด Euromonitor ปี 2025 ซึ่งจะนำเสนอถัดไป โดยข้อมูลปี 2024 เป็นฉากหลังสำหรับตรวจแนวโน้ม ไม่ใช่ประเด็นเปิดเรื่อง

เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปมากที่สุดจากอันดับปี 2025

ตารางต่อไปนี้ใช้ตัวเลข international arrivals จากรายงาน Euromonitor International โดยเรียงตามอันดับปี 2025 และวางตัวเลขที่รายงานไว้ในฉบับปี 2024 เคียงกัน เพื่อเห็นภาพการแข่งขันระหว่างเมือง ข้อมูลทั้งสองฉบับเผยแพร่ช่วงต้นเดือนธันวาคมก่อนสิ้นปี จึงควรอ่านเป็น ค่าประมาณตามรอบรายงาน ไม่ใช่ยอดปิดปีของหน่วยงานสถิติท้องถิ่น

เมืองและอันดับปี 2025ปี 2024 (ล้านครั้ง)ปี 2025 (ล้านครั้ง)
1. กรุงเทพฯ ประเทศไทย32.430.3
2. ฮ่องกง20.523.2
3. ลอนดอน สหราชอาณาจักร21.722.7
4. มาเก๊า18.020.4
5. อิสตันบูล ตุรกี23.019.7
6. ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์18.219.5
7. เมกกะ ซาอุดีอาระเบีย19.318.7
8. อันตัลยา ตุรกี19.318.6
9. ปารีส ฝรั่งเศส17.418.3
10. กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย16.517.3

ที่มา Euromonitor International Top 100 City Destinations Index ฉบับปี 2024 และ 2025 ประกอบการตรวจสอบรายการ 10 อันดับจาก Time Out และสื่อที่อ้างอิงชุดข้อมูลเดียวกัน ตัวเลขแสดงเป็นล้านครั้งและปัดทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง

กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 สองปีติดต่อกัน จากข้อมูลชุดนี้ แต่จำนวนปี 2025 ต่ำกว่าค่าที่เผยแพร่ในรายงานปี 2024 ขณะที่ฮ่องกงและมาเก๊าขยับขึ้นในตาราง และลอนดอนยังมีผู้เดินทางต่างชาติสูงที่สุดในบรรดาเมืองยุโรปที่ติดสิบอันดับแรก ความได้เปรียบของเมืองจึงสัมพันธ์กับเครือข่ายเที่ยวบิน การเดินทางข้ามพรมแดน วีซ่า การใช้เมืองเป็นจุดเชื่อมต่อ และรูปแบบทริป ไม่ใช่ความสวยงามหรือชื่อเสียงอย่างเดียว

เบื้องหลังสิบเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปมากที่สุด

รายละเอียดต่อไปนี้ยึดลำดับและตัวเลขการเดินทางจากต่างประเทศของ Euromonitor ฉบับปี 2025 เป็นแกนเดียวกัน ตัวเลขที่นำมาเทียบจากหน่วยงานท้องถิ่นเป็นคนละแหล่งและอาจใช้นิยามพื้นที่หรือการนับต่างกัน ส่วนประเด็นปี 2026 เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยที่ควรติดตาม ไม่ใช่การพยากรณ์จำนวนคนหรือรายรับเฉพาะเมือง

อันดับ 1 กรุงเทพฯ ประเทศไทย

กรุงเทพฯ ได้อันดับ 1 ด้วยประมาณการผู้เดินทางจากต่างประเทศ 30.3 ล้านครั้งในปี 2025 เทียบกับ 32.4 ล้านครั้งที่รายงานในฉบับปี 2024 ความได้เปรียบไม่ได้มีเพียงวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง หรืออาหารริมทาง แต่รวมถึงบทบาทศูนย์กลางเที่ยวบิน การรักษาพยาบาล การประชุม ธุรกิจ และการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นของไทย ทำให้การเดินทางมาหนึ่งครั้งอาจมีวัตถุประสงค์และระดับการใช้จ่ายต่างกันมาก

ภาพประกอบกรุงเทพฯ ประเทศไทย

ภาพจำนวนคนต้องอ่านคู่กับรายรับจริงในพื้นที่ ชุดข้อมูลรายได้ผู้เยี่ยมเยือนกรุงเทพฯ ซึ่งครอบคลุมคนไทยและชาวต่างชาติระบุว่า ปี 2025 มีรายได้ 896.6 พันล้านบาท (ประมาณ 27.28 พันล้าน USD) ลดลงจาก 942.2 พันล้านบาท (ประมาณ 26.70 พันล้าน USD) ในปี 2024 เมื่อวัดเป็นเงินบาท ตัวเลขสองชุดไม่ใช่ข้อมูลนิยามเดียวกัน จึงหารรายได้จังหวัดด้วยอันดับ Euromonitor เพื่ออ้างเป็นค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้

สำหรับปี 2026 กรุงเทพฯ ได้คะแนนผู้อ่าน Condé Nast Traveller ฉบับอังกฤษสูงสุด แต่ดัชนีด้านการรับรู้บนโลกออนไลน์ของ Yanolja Research ให้อันดับ 8 ประเด็นที่ควรติดตามจึงเป็นจำนวนคืนพัก รายจ่ายต่อคืน ความเชื่อมั่นในการเดินทาง และสัดส่วนรายรับที่ไปถึงผู้ประกอบการและแรงงานไทย มากกว่าการรักษาตัวเลขผู้มาเยือนให้อยู่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

อันดับ 2 ฮ่องกง

ฮ่องกงขึ้นมาอยู่ลำดับ 2 ที่ 23.2 ล้านครั้ง จากอันดับรายงานปี 2024 ที่ 20.5 ล้านครั้ง จุดแข็งคือการเป็นจุดหมายด้านการค้า อาหาร การจัดประชุม และการเดินทางเชื่อมจีนแผ่นดินใหญ่กับตลาดระหว่างประเทศ ความเชื่อมโยงทางรถไฟและด่านพรมแดนทำให้ฮ่องกงมีทั้งผู้พักค้างคืนและผู้เดินทางระยะสั้นในปริมาณมาก

ภาพประกอบฮ่องกง

ตัวเลขปิดปีจาก Census and Statistics Department แยกผู้เยือนแบบพักค้างคืนปี 2025 ได้ 23,190,097 ครั้ง และผู้เยือนแบบไปกลับวันเดียว 26,704,735 ครั้ง รวม 49,894,832 ครั้ง การนำยอดรวมเกือบ 49.9 ล้านครั้งไปแทนที่ 23.2 ล้านครั้งในตาราง Euromonitor จึงไม่ถูกต้อง เพราะจำนวนรวมรวมคนที่ไม่ค้างคืนและอาจใช้เกณฑ์ทางสถิติต่างกัน

โจทย์ปี 2026 ของฮ่องกงคือเปลี่ยนการเดินทางที่มีระยะเวลาสั้นให้สร้างการใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และกิจกรรมเมืองได้มากขึ้น ตัวชี้วัดที่ควรดูพร้อมกันคืออัตราส่วนผู้พักค้างคืน ระยะเวลาพัก และรายจ่ายต่อคน ไม่ใช่เพียงจำนวนการผ่านด่านหรือจำนวนการเดินทางรวม

อันดับ 3 ลอนดอน สหราชอาณาจักร

ลอนดอนอยู่ลำดับ 3 ที่ 22.7 ล้านครั้ง ตามประมาณการ Euromonitor ปี 2025 เทียบกับ 21.7 ล้านครั้งในรายงานปี 2024 เมืองได้แรงหนุนจากแหล่งวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ โรงละคร เครือข่ายมหาวิทยาลัยและธุรกิจการเงิน ตลอดจนการเดินทางระหว่างประเทศที่เชื่อมกับสนามบินหลายแห่ง ความหลากหลายนี้ช่วยให้มีผู้มาเยือนตลอดปีมากกว่าการพึ่งฤดูท่องเที่ยวเดียว

ภาพประกอบลอนดอน สหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดี รายงาน VisitBritain ซึ่งอ้างอิง International Passenger Survey ของสหราชอาณาจักร และเผยแพร่วันที่ 16 ตุลาคม 2026 ประเมินจำนวน inbound visits ที่รวมการเยือนลอนดอนในปี 2025 ไว้ราว 19.3 ล้านครั้ง กับการใช้จ่าย 15.8 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 20.84 พันล้าน USD) ตัวเลขนี้ไม่ตรงกับ Euromonitor และเป็นคนละแหล่งประเมิน อีกทั้งหน่วยสถิติอังกฤษระบุว่ากำลังปรับวิธีสำรวจ จึงไม่ควรใช้ความแตกต่างดังกล่าวฟันธงว่ารายงานใดนับผิด

เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ประเด็นสำคัญของลอนดอนคือความสามารถในการรักษาผู้เดินทางเพื่อธุรกิจ วัฒนธรรม และการเรียนไว้ พร้อมกับต้นทุนที่พัก การเดินทาง และการใช้จ่ายของผู้มาเยือนที่สูงขึ้น ความสำเร็จด้านรายได้อาจเกิดจากผู้พักนานหรือใช้จ่ายสูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมาจากจำนวนคนเพิ่มขึ้นทุกปี

อันดับ 4 มาเก๊า

มาเก๊าอยู่ลำดับ 4 ที่ 20.4 ล้านครั้ง เทียบกับ 18.0 ล้านครั้งในรายงานปี 2024 ธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองมีทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ สถานบันเทิง อาหาร ร้านค้า และการประชุม โดยมีผู้เดินทางจำนวนมากจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง เมืองจึงต่างจากจุดหมายที่อาศัยการพักผ่อนหลายคืนเป็นหลัก

ภาพประกอบมาเก๊า

สถิติทางการของมาเก๊าหลังปิดปี 2025 ระบุผู้มาเยือนทั้งหมด 40,069,360 ครั้ง แบ่งเป็นผู้เดินทางแบบวันเดียว 23,524,943 ครั้ง และผู้พักค้างคืน 16,544,417 ครั้ง โดยระยะเวลาพักเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 1.1 วัน การใช้จ่ายที่ไม่รวมการพนันทั้งปีเพิ่มขึ้น 6.3% แต่การใช้จ่ายต่อผู้มาเยือนลดลง 7.3% สะท้อนว่าจำนวนคนกับมูลค่าต่อทริปไม่ได้เพิ่มไปพร้อมกันเสมอ

ครึ่งแรกของปี 2026 ทางการรายงานการใช้จ่ายนอกการพนันเติบโต 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามต่อทั้งปี แต่อย่านำค่าใช้จ่ายนอกการพนันไปเรียกว่า “รายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด” ของมาเก๊า เพราะยังไม่รวมธุรกิจเกม และยังต้องดูว่าการเติบโตกระจายไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และกิจการรายย่อยเพียงใด

อันดับ 5 อิสตันบูล ตุรกี

อิสตันบูลมีผู้เดินทางระหว่างประเทศ 19.7 ล้านครั้งในรายงาน Euromonitor ปี 2025 และเคยปรากฏที่ 23.0 ล้านครั้งในฉบับปี 2024 เมืองมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์พิเศษระหว่างยุโรปกับเอเชีย มีมรดกประวัติศาสตร์อย่างฮาเกียโซเฟียและพระราชวังทอปกาปึ พร้อมสนามบินและบริการที่รองรับทั้งการท่องเที่ยว การประชุม และการต่อเที่ยวบิน

ภาพประกอบอิสตันบูล ตุรกี

ข้อมูลการเข้าเมืองจากหน่วยงานตุรกีอาจนับตามด่านชายแดนที่ผู้เดินทางใช้ ขณะที่จำนวนห้องพักและคืนพักเป็นอีกชุดหนึ่ง การเปรียบเทียบจึงต้องระวังทั้งนักเดินทางที่แวะเปลี่ยนเครื่อง นักท่องเที่ยวที่พักในเมือง และผู้เดินทางที่เข้าประเทศผ่านอิสตันบูลแล้วไปจังหวัดอื่น อีกทั้งตัวเลขปี 2024 และ 2025 ของ Euromonitor คนละรอบเผยแพร่ ไม่ควรนำมาคำนวณอัตราเติบโตโดยตรง

ในปี 2026 ความได้เปรียบของอิสตันบูลอยู่ที่การเดินทางได้หลายรูปแบบตลอดปี ขณะที่ต้นทุนบริการ อัตราแลกเปลี่ยน ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว และสถานการณ์ความเชื่อมั่นระดับภูมิภาคเป็นความเสี่ยงที่ควรประเมิน แกนวัดผลทางเศรษฐกิจจึงควรรวมคืนพักและรายรับของธุรกิจเมือง ไม่ใช่อาศัยอันดับผู้เดินทางอย่างเดียว

อันดับ 6 ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ดูไบอยู่ลำดับ 6 ด้วย 19.5 ล้านครั้งตาม Euromonitor ปี 2025 เทียบกับ 18.2 ล้านครั้งในรายงานปี 2024 เมืองสร้างตำแหน่งทางการท่องเที่ยวจากสายการบินระหว่างทวีป โรงแรม การชอปปิง งานจัดแสดงสินค้า การประชุม และกิจกรรมระดับนานาชาติ จึงเชื่อมความต้องการของผู้เดินทางพักผ่อนกับนักธุรกิจและผู้โดยสารที่ใช้ดูไบเป็นจุดเปลี่ยนเครื่อง

ภาพประกอบดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ข้อมูลหลังปิดปีของ Dubai Department of Economy and Tourism ระบุผู้มาเยือนจากต่างประเทศที่พักค้างคืน 19.59 ล้านคนในปี 2025 เพิ่มจาก 18.72 ล้านคนในปี 2024 หรือเพิ่ม 5% ตามวิธีคำนวณของหน่วยงานท้องถิ่น ตัวเลขใกล้กับ Euromonitor 19.5 ล้านครั้ง แต่สองแหล่งมีรายละเอียดการปรับการนับผู้พักค้างคืนและผู้เดินทางผ่านสนามบินต่างกัน จึงไม่ใช่ชุดเดียวกันที่ใช้แทนกันได้ทุกกรณี

โอกาสปี 2026 ของดูไบอยู่ที่การเปลี่ยนความสะดวกในการเดินทางไปเป็นคืนพัก การใช้จ่ายด้านโรงแรม การค้าปลีก และงานธุรกิจมูลค่าสูง ส่วนความเสี่ยงอยู่ที่การแข่งขันด้านห้องพัก ค่าใช้จ่ายของผู้เดินทาง และความผันผวนของเศรษฐกิจประเทศต้นทาง เมืองที่มีจำนวนคนมากอาจต้องรักษารายได้ต่อห้องและการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่าการเพิ่มกำลังรองรับอย่างเดียว

อันดับ 7 เมกกะ ซาอุดีอาระเบีย

เมกกะได้รับอันดับ 7 ด้วย 18.7 ล้านครั้งตาม Euromonitor ปี 2025 เทียบกับ 19.3 ล้านครั้งในรายงานปี 2024 จุดหมายนี้แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป เพราะแรงเดินทางหลักสัมพันธ์กับพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ ซึ่งมีฤดูกาล ข้อกำหนด และระบบรองรับผู้แสวงบุญเฉพาะ การตัดสินใจเดินทางจึงไม่ได้ตั้งอยู่บนการเลือกโรงแรมหรือความนิยมสถานบันเทิงเป็นหลัก

ภาพประกอบเมกกะ ซาอุดีอาระเบีย

โครงการ Pilgrim Experience Program ของซาอุดีอาระเบียรายงานว่าปี 2025 มีผู้เดินทางจากต่างประเทศเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ทั่วประเทศประมาณ 19.5 ล้านคน ตัวเลขนี้ครอบคลุมการเดินทางเพื่อศาสนาในระดับประเทศ ไม่ใช่ยอดผู้พักค้างคืนของเมืองเมกกะจาก Euromonitor จึงไม่ควรนำมาหักลบหรืออ้างว่าเป็นจำนวนเดียวกัน

สำหรับปี 2026 ปัจจัยสำคัญของเมกกะอยู่ที่ความสามารถในการรองรับคนในช่วงพิธีสำคัญ ความปลอดภัย ระบบขนส่ง ที่พัก และคุณภาพบริการมากกว่าการขยายตลาดตามแฟชั่นท่องเที่ยวทั่วไป รายได้ของโรงแรม การเดินทาง และบริการแสวงบุญต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานและภาระในการบริหารความหนาแน่นของผู้เดินทาง

อันดับ 8 อันตัลยา ตุรกี

อันตัลยาอยู่ลำดับ 8 ด้วย 18.6 ล้านครั้งตามรายงานปี 2025 เทียบกับ 19.3 ล้านครั้งในรายงานปี 2024 แตกต่างจากอิสตันบูลตรงที่เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวพักผ่อนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเชื่อมโรงแรมรีสอร์ต ชายหาด แพ็กเกจทัวร์ และเที่ยวบินระยะสั้นหรือเช่าเหมาลำจากตลาดยุโรป โดยมีรัสเซีย เยอรมนี และสหราชอาณาจักรเป็นตลาดสำคัญ

ภาพประกอบอันตัลยา ตุรกี

กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวตุรกีรายงานว่าช่วงมกราคมถึงตุลาคม 2025 อันตัลยารับผู้มาเยือนต่างชาติกว่า 16.3 ล้านคน ขณะที่ผู้ดำเนินการสนามบินระบุว่า Antalya Airport รับผู้โดยสารทุกประเภทประมาณ 39.1 ล้านคนตลอดปี 2025 ตัวเลขสนามบินนับทั้งขาเข้า ขาออก และผู้โดยสารภายในประเทศ ไม่ใช่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39.1 ล้านคน การแยกหน่วยนับจึงจำเป็น

เมื่อเข้าสู่ปี 2026 เมืองเผชิญโจทย์การกระจายอุปสงค์ออกนอกฤดูร้อน การบริหารกำลังห้องพัก และต้นทุนพลังงานหรือการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรป การขยายอาคารผู้โดยสารของสนามบินช่วยด้านศักยภาพรองรับ แต่ไม่รับประกันรายได้ต่อคืนพัก หากการแข่งขันด้านราคาของแพ็กเกจทัวร์กดรายรับของผู้ประกอบการ

อันดับ 9 ปารีส ฝรั่งเศส

ปารีสอยู่ลำดับ 9 ด้วย 18.3 ล้านครั้งในรายงาน Euromonitor ปี 2025 เทียบกับ 17.4 ล้านครั้งในฉบับปี 2024 แต่ได้อันดับ 1 ในดัชนีเมืองท่องเที่ยวภาพรวมของ Euromonitor และอันดับ 2 จากคะแนนผู้อ่าน Condé Nast Traveller ฉบับอังกฤษปี 2026 เมืองจึงเป็นตัวอย่างว่าคุณค่าด้านวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น อาหาร และโครงสร้างพื้นฐานไม่จำเป็นต้องแปลเป็นอันดับหนึ่งเมื่อวัดจำนวนคน

ภาพประกอบปารีส ฝรั่งเศส

Choose Paris Region รายงานว่าในปี 2025 พื้นที่ปารีสและแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์มีผู้มาเยือนรวมเกือบ 50 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้เดินทางระหว่างประเทศมากกว่า 23 ล้านคน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเกือบ 24 พันล้านยูโร (ประมาณ 27.13 พันล้าน USD) ตัวเลขดังกล่าวเป็นระดับภูมิภาคและครอบคลุมผู้มาเยือนหลายประเภท ไม่ใช่รายได้เฉพาะเขตเมืองปารีสหรือการใช้จ่ายของผู้เดินทาง 18.3 ล้านครั้งตาม Euromonitor

สิ่งที่ต้องติดตามในปี 2026 คือการต่อยอดการท่องเที่ยวหลังโอลิมปิก 2024 เป็นการกลับมาเยือนซ้ำและการพักนาน ขณะเดียวกันก็ต้องดูราคาที่พัก การใช้พื้นที่สาธารณะ และความพึงพอใจของชุมชน ปารีสมีตัวเลือกสร้างมูลค่าจากงานวัฒนธรรมและตลาดระดับบน แต่การเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวไม่ควรแลกกับต้นทุนเมืองที่สูงขึ้นโดยไม่มีการประเมิน

อันดับ 10 กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

กัวลาลัมเปอร์ปิดสิบอันดับแรกที่ 17.3 ล้านครั้งตามประมาณการ Euromonitor ปี 2025 เทียบกับ 16.5 ล้านครั้งในรายงานปี 2024 จุดแข็งของเมืองคือศูนย์กลางการเดินทางของมาเลเซีย การประชุม การชอปปิง อาหาร และการเชื่อมกับเมืองใกล้เคียง โดยใช้ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและกำลังซื้อในประเทศเป็นฐานธุรกิจบริการ

ภาพประกอบกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

ข้อมูล Department of Statistics Malaysia ปี 2025 ระบุว่าเขตสหพันธรัฐกัวลาลัมเปอร์มีผู้เยี่ยมเยือนชาวมาเลเซียภายในประเทศ 35.1 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศ 16.9 พันล้านริงกิต (ประมาณ 3.95 พันล้าน USD) ข้อมูลนี้เป็นคนละกลุ่มกับผู้เดินทางระหว่างประเทศ 17.3 ล้านครั้งของ Euromonitor จึงไม่ใช่ตัวเลขรายได้รวมทั้งหมดของนักท่องเที่ยวต่างชาติในกัวลาลัมเปอร์

ปี 2026 มีแรงสนับสนุนด้านภาพลักษณ์จากแคมเปญ Visit Malaysia 2026 ของประเทศ แต่การเปลี่ยนความสนใจให้เป็นรายรับของเมืองยังขึ้นอยู่กับการค้างคืน การเชื่อมต่อขนส่ง โรงแรม ร้านค้า และการใช้จ่ายของนักเดินทาง ควรติดตามทั้งจำนวนผู้เดินทางจากต่างประเทศและการใช้จ่ายจริงในเขตเมือง โดยไม่อ้างยอดนักท่องเที่ยวทั้งประเทศแทนกัวลาลัมเปอร์

ทำไมไม่ควรนำสองปีมาลบกันแล้วเรียกว่าอัตราเติบโต

มีข้อสังเกตด้านข้อมูลที่สำคัญ โดยในรายงานปี 2024 อิสตันบูลปรากฏที่ 23.0 ล้านครั้ง แต่ฉบับปี 2025 ระบุ 19.7 ล้านครั้ง ขณะที่การเผยแพร่ชุดข้อมูลปี 2025 บางแห่งระบุว่าอิสตันบูลเติบโตประมาณ 6% ในปีนั้น ตัวเลขเหล่านี้ ไม่สอดคล้องกันหากนำยอดจากรายงานสองฉบับมาคำนวณอัตราเติบโตโดยตรง

กรณีนี้สะท้อนว่าผู้อ่านต้องตรวจปีฐาน วิธีประเมิน การทบทวนข้อมูล และรอบเผยแพร่ก่อนเทียบอัตราการเติบโต เราไม่อาจสรุปสาเหตุของความแตกต่างจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเท่าที่ตรวจได้ และไม่ควรสร้างตัวเลขปีฐานที่ไม่มีหลักฐานเพื่อทำให้ตารางดูลงตัว การวิเคราะห์ต่อจากนี้จึงใช้ตัวเลขจัดอันดับเพื่อบอก ขนาดตลาดตามแต่ละฉบับ ไม่ใช้คำนวณการเติบโตแบบปีต่อปีของทุกเมือง

เมืองที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ตัดสิน

การจัดอันดับเมืองยอดนิยมกับเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดใช้คำว่า “ดีที่สุด” เหมือนกันได้ แต่เบื้องหลังมีชุดตัวชี้วัดต่างกัน

แหล่งจัดอันดับอันดับ 1สิ่งที่วัด
Euromonitor International ปี 2025กรุงเทพฯจำนวนผู้เดินทางระหว่างประเทศเข้าเมือง
Condé Nast Traveller ฉบับอังกฤษ ปี 2026กรุงเทพฯคะแนนโหวตจากผู้อ่านนิตยสาร
Yanolja Research ร่วมกับ Purdue และ Kyung Hee ปี 2026นิวยอร์กการรับรู้และความรู้สึกต่อจุดหมายปลายทางจากข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์

ในผล Readers' Choice Awards ปี 2026 ของ Condé Nast Traveller ฉบับอังกฤษ กรุงเทพฯ ได้ 97.68 คะแนน ตามด้วยปารีส 97.14 และอิสตันบูล 96.67 คะแนน แต่ผลนี้คือความเห็นของกลุ่มผู้อ่านที่ตอบแบบสำรวจ ไม่ใช่การนับนักท่องเที่ยวของทุกชาติทั่วโลก และต้องแยกจาก Condé Nast Traveler ฉบับสหรัฐอเมริกาซึ่งมีหมวดเมืองและผลจัดอันดับของตัวเอง

ดัชนี Global Tourism City Attractiveness Index ปี 2026 เป็นอีกเลนส์หนึ่ง นักวิจัยจาก Yanolja Research, Purdue University และ Kyung Hee University ใช้ข้อมูลบทสนทนาบนสื่อสังคมออนไลน์ 14 ภาษา ประเมินทั้งการเป็นที่รู้จักและความรู้สึกเชิงบวกต่อเมือง โดยนิวยอร์กขึ้นอันดับ 1 ตามด้วยปารีส โอซาก้า เกียวโต และโซล ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ที่อันดับ 8 การติดอันดับขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและลักษณะบทสนทนาออนไลน์ จึงไม่ได้แปลว่าเมืองที่ต่ำกว่าได้รับนักท่องเที่ยวน้อยกว่า

แม้ในค่าย Euromonitor เอง รายงานปี 2025 ยังมีการจัดอันดับเมืองท่องเที่ยวภาพรวมจากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ความยั่งยืน สมรรถนะเศรษฐกิจ นโยบาย และปัจจัยอื่น โดย ปารีสเป็นอันดับ 1 ของดัชนีภาพรวม ขณะที่กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 เฉพาะตารางจำนวนการเดินทางเข้าจากต่างประเทศ ทั้งสองประโยคเป็นจริงพร้อมกันได้

Key Insight การเป็นเมืองที่คนเดินทางมามากที่สุดคือความสำเร็จด้านปริมาณ การได้รับคะแนนความนิยมสูงคือความสำเร็จด้านประสบการณ์ แต่เมืองที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากที่สุดต้องดูจำนวนคืนพัก ค่าใช้จ่าย และรายได้ที่กระจายถึงธุรกิจและแรงงานในพื้นที่ด้วย

ตัวเลขจริงหลังปิดปีช่วยตรวจสอบอะไรได้บ้าง

ความต่างระหว่างอันดับปลายปีและสถิติจริงเห็นได้ชัดเมื่อดูตัวเลขจากหน่วยงานท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น หน่วยงานท่องเที่ยวดูไบรายงานหลังปิดปีว่า ปี 2025 มีผู้เยือนจากต่างประเทศที่พักค้างคืน 19.59 ล้านคน เทียบกับ 18.72 ล้านคนในปี 2024 ส่วนตัวเลขจัดอันดับ Euromonitor ฉบับปี 2025 อยู่ที่ 19.5 ล้านครั้ง ตัวเลขใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเกณฑ์และวิธีนับตรงกันทุกประการ

ฮ่องกงยิ่งแสดงให้เห็นความสำคัญของคำนิยาม ในปี 2025 ยอดผู้มาเยือนรวมที่ทางการฮ่องกงรายงานอยู่ที่ 49.89 ล้านครั้ง ซึ่งรวมผู้มาเยือนแบบไปเช้าเย็นกลับ ขณะที่ตัวเลขผู้พักค้างคืนอยู่ที่ 23.19 ล้านครั้ง ตามสถิติที่ปิดปีแล้ว จึงนำยอดรวมทั้งหมดไปเปรียบเทียบกับตารางที่เน้นการเดินทางต่างชาติหรือการพักค้างคืนไม่ได้โดยไม่ปรับนิยามก่อน เช่นเดียวกับมาเก๊าที่มีผู้มาเยือนวันเดียวจำนวนมาก

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยตอบคำถามคนละชั้นกัน ตัวเลขการเดินทางแสดงแรงดึงดูดและภาระรองรับของเมือง ส่วนยอดพักค้างคืนช่วยให้ประเมินการใช้โรงแรม ร้านอาหาร และบริการท้องถิ่นได้ใกล้ขึ้น แต่ การแปลงผู้มาเยือนหนึ่งคนให้เป็นรายได้หนึ่งจำนวนคงที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะแต่ละกลุ่มพักต่างจำนวนคืนและใช้จ่ายต่างกันมาก

รายได้ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ปี 2024 และ 2025 บอกอะไร

เมื่อใช้ชุดข้อมูลรายได้ท่องเที่ยวจังหวัดที่รวบรวมจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดย ThailandStats ซึ่งอัปเดตเดือนกันยายน 2026 กรุงเทพฯ มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติ 942.2 พันล้านบาท (ประมาณ 26.70 พันล้าน USD) ในปี 2024 และ 896.6 พันล้านบาท (ประมาณ 27.28 พันล้าน USD) ในปี 2025 เท่ากับลดลงประมาณ 4.8% เมื่อวัดเป็นเงินบาท

มูลค่าเทียบดอลลาร์ใช้ค่าเฉลี่ยอัตราแลกเปลี่ยนรายปีของธนาคารกลางสหรัฐ ในหน่วยเงินบาทต่อ 1 USD ซึ่งปี 2024 เท่ากับ 35.2845 และปี 2025 เท่ากับ 32.8619 จึงเกิดภาพที่น่าสนใจ คือ รายได้ที่คิดเป็นเงินบาทลดลง แต่เมื่อแปลงด้วยค่าเฉลี่ยแต่ละปี มูลค่าเทียบ USD กลับสูงขึ้น เพราะเงินบาทแข็งค่าขึ้น นี่เป็นผลของอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่หลักฐานว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจริงเพิ่มขึ้น

ต้องไม่ปะปนชุดข้อมูลนี้กับ Euromonitor เพราะรายได้กรุงเทพฯ ของกระทรวงครอบคลุมผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและต่างชาติ และนับการเยือนตามเกณฑ์จังหวัด ไม่ใช่เฉพาะ international arrivals ของ Euromonitor อีกทั้งชุดข้อมูลปี 2024 เคยมีค่าที่เผยแพร่ในสมุดสถิติทางการก่อนปรับปรุงต่างออกไปเล็กน้อย จึงเลือกใช้ปี 2024 และ 2025 จาก ชุดที่ปรับปรุงเดียวกัน เพื่อให้เทียบรายได้ได้อย่างระมัดระวัง

ปี 2026 เมืองท่องเที่ยวจะทำเงินจากอะไร

บทวิเคราะห์ Travel Spending in Cities ของ Tourism Economics เผยแพร่เดือนกุมภาพันธ์และปรับปรุงเดือนกรกฎาคม 2026 คาดว่า ค่าใช้จ่ายของผู้เดินทางต่างชาติในเมืองกว่า 340 แห่งที่อยู่ในฐานข้อมูล Global City Travel จะรวมกันราว 931 พันล้าน USD ในปี 2026 ก่อนเพิ่มเป็น 1.36 ล้านล้าน USD ภายในปี 2031 โดยกลุ่มเมืองดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 41% ของคืนพักต่างชาติทั่วโลก แต่รับสัดส่วนค่าใช้จ่ายประมาณ 49%

ตัวเลข 931 พันล้าน USD นี้เป็น ประมาณการรวมสำหรับเมืองกว่า 340 แห่งในฐานข้อมูลของ Tourism Economics ไม่ใช่รายได้ของสิบเมืองในตาราง Euromonitor และไม่ใช่ตัวเลขรายได้ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ ประเด็นสำคัญกว่าขนาดตลาดคือการใช้จ่ายต่อคืนพัก เมืองที่ดึงผู้มาเยือนให้พักนาน มีบริการมูลค่าสูง และทำให้เงินหมุนเวียนผ่านผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มาก อาจสร้างผลตอบแทนสูงกว่าเมืองที่มีการแวะผ่านจำนวนมาก

สัดส่วนการใช้จ่ายก็แตกต่างกันตามภูมิภาค Tourism Economics ระบุว่าผู้เดินทางเข้าเมืองยุโรปจัดงบประมาณส่วนหนึ่งไว้กับที่พักในสัดส่วนสูง ขณะที่เมืองในสหรัฐอเมริกามีการใช้จ่ายค้าปลีกเด่นกว่า และเมืองในเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วนค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ต่ำกว่าในบางตลาด ดังนั้นการเติบโตของจำนวนคนไม่จำเป็นต้องแปลเป็นการเติบโตของรายรับโรงแรม ร้านอาหาร หรือร้านค้าในอัตราเดียวกัน

สามฉากทัศน์รายได้กรุงเทพฯ ปี 2026

เพื่อให้เห็นขนาดของความไม่แน่นอน สามารถนำรายได้กรุงเทพฯ ปี 2025 ที่ 896.6 พันล้านบาท (ประมาณ 27.28 พันล้าน USD) ตามอัตราเฉลี่ยปี 2025 มาเป็น ฐานสมมุติทางบรรณาธิการ แล้วลองทดสอบการเปลี่ยนแปลงของรายรับในปี 2026 ที่ -5%, คงที่ และ +5% โดยไม่อ้างว่ามีสำนักวิจัยใดประกาศตัวเลขสามกรณีนี้

ฉากทัศน์เทียบปี 2025รายได้กรุงเทพฯ ปี 2026ความหมาย
ลดลง 5%851.8 พันล้านบาท (ประมาณ 25.31 พันล้าน USD)แรงกดดันจากจำนวนเยือนหรือรายจ่ายต่อทริป
ทรงตัว896.6 พันล้านบาท (ประมาณ 26.64 พันล้าน USD)รายรับเงินบาทเท่าเดิม
เพิ่มขึ้น 5%941.4 พันล้านบาท (ประมาณ 27.98 พันล้าน USD)ต้องมีแรงหนุนจากจำนวนคืนพักหรือการใช้จ่าย

การแปลง USD ในตารางฉากทัศน์เป็นการเทียบเพื่อให้เข้าใจขนาดรายได้ โดยใช้ อัตราอ้างอิงธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 22 ตุลาคม 2026 ซึ่งระบุจำนวนเงินบาทต่อ 1 USD เท่ากับ 33.65 คงที่ทุกกรณี ไม่ใช่สมมุติฐานว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ระดับนั้นตลอดทั้งปี และไม่ใช่การพยากรณ์อย่างเป็นทางการ เมื่อมีตัวเลขปี 2026 ที่ปิดปีแล้วจึงค่อยตรวจผลจริงอีกครั้ง

สิ่งที่ทำให้กรุงเทพฯ เข้าสู่กรณีใดกรณีหนึ่ง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเที่ยวบินหรืองานอีเวนต์ แต่รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศต้นทาง ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย จำนวนวันพัก ค่าโรงแรม การแข่งขันจากเมืองอื่น และสัดส่วนการใช้จ่ายที่ไหลไปถึงธุรกิจในประเทศ

เมืองที่มีคนไปมากที่สุดควรแข่งขันอย่างไรต่อ

การติดอันดับแรกยังมีคุณค่า เพราะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และผู้จัดกิจกรรม แต่จำนวนการเดินทางที่สูงย่อมนำต้นทุนมาให้เมืองเช่นกัน ทั้งความแออัด ขยะ ความต้องการใช้ระบบขนส่ง และราคาที่ดินหรือที่พักที่อาจกดดันประชาชนท้องถิ่น หากต้นทุนสาธารณะโตเร็วกว่ารายได้ที่ตกถึงคนในพื้นที่ ความสำเร็จจากจำนวนผู้มาเยือนก็อาจไม่ใช่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจสุทธิ

โจทย์ของเมืองท่องเที่ยวจึงควรเปลี่ยนจากการนับว่าใครมีคนมาเยือนมากที่สุด ไปสู่การดู รายได้ต่อคืนพัก คุณภาพการจ้างงาน การกระจายรายได้ ความพึงพอใจของผู้มาเยือน และภาระของชุมชน พร้อมกัน การรักษาความได้เปรียบของกรุงเทพฯ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการไล่จำนวนให้สูงขึ้นทุกปี หากสามารถเพิ่มคุณภาพการใช้จ่ายและลดต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับได้

Key Takeaway กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีผู้เดินทางต่างชาติมากที่สุดตามประมาณการ Euromonitor ปี 2025 และเป็นเมืองที่ได้คะแนนผู้อ่านสูงสุดจาก Condé Nast Traveller ฉบับอังกฤษปี 2026 แต่ในดัชนีความน่าดึงดูดที่ใช้บทสนทนาออนไลน์กลับอยู่อันดับ 8 ส่วนคำตอบเรื่องรายได้ปี 2026 ต้องดูฐานรายรับจริงและความเสี่ยงของการคาดการณ์แยกจากตารางความนิยมอย่างชัดเจน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

แหล่งข้อมูลต้นทาง

  1. Euromonitor International unveils world’s top 100 city destinations for 2025
    Euromonitor International5 ธันวาคม 2025
  2. The world’s greatest cities ranked by almost 300,000 of our readers
    Condé Nast Traveller UK6 ตุลาคม 2026
  3. NEW YORK TOPS 2026 GLOBAL TOURISM CITY ATTRACTIVENESS INDEX
    Yanolja Research with Purdue University and Kyung Hee University21 กรกฎาคม 2026
  4. Travel Spending in Cities
    Tourism Economics
  5. Foreign Exchange Rates G.5A Annual January 05 2026
    Board of Governors of the Federal Reserve System5 มกราคม 2026
  6. Rates of Exchange of Commercial Banks in Bangkok Metropolis
    Bank of Thailand22 ตุลาคม 2026
  7. Visitor arrivals and length of stay of visitors, Table 650-80005
    Hong Kong Census and Statistics Department16 มีนาคม 2026
  8. Top 100 City Destinations Index 2025 Driving Growth and Innovation
    Euromonitor International
  9. Statistical Yearbook Thailand 2025 tourism by province 2024
    National Statistical Office of Thailand
  10. Dubai Welcomes 19.59 Million Visitors in Third Record Year
    Dubai Department of Economy and Tourism9 กุมภาพันธ์ 2026
  11. LCQ9 Attracting visitors to spend in Hong Kong
    Hong Kong SAR Government4 กุมภาพันธ์ 2026
  12. The Best Cities in the World 2026 Readers Choice Awards
    Condé Nast Traveler USA

แหล่งข้อมูล / ฐานข้อมูล

  1. Bangkok Statistics 2025 Tourists Revenue and Wages
    ThailandStats compiling Ministry of Tourism and Sports25 กันยายน 2026
  2. 2025 IPS GB Nations & Regions Inbound Update
    VisitBritain / ONS16 ตุลาคม 2026
  3. Visitor arrivals for December and the whole year of 2025
    Macao SAR Statistics and Census Service23 มกราคม 2026
  4. Results of visitor expenditure survey 2025
    Macao SAR Statistics and Census Service6 กุมภาพันธ์ 2026
  5. Visitor expenditure survey first half 2026
    Macao SAR Statistics and Census Service7 สิงหาคม 2026
  6. Saudi Arabia Records Historic Figures, Welcomes 19.5 Million Pilgrims and Umrah Performers in 2025
    Saudi Pilgrim Experience Program1 กุมภาพันธ์ 2026
  7. Antalya welcomes over 16 million tourists in ten months of 2025
    Republic of Türkiye Ministry of Culture and Tourism
  8. Antalya Airport at a Glance
    Fraport TAV Antalya Airport
  9. 2025 tourism performance in Paris Île-de-France
    Choose Paris Region23 มีนาคม 2026
  10. Domestic Tourism Performance by State 2025
    Department of Statistics Malaysia15 กันยายน 2026
  11. Malaysia Records 42.2 Million Visitors in 2025, Strengthens Collaboration for Visit Malaysia 2026
    Bernama citing Malaysia Deputy Prime Minister26 มกราคม 2026
  12. Istanbul Tourism Statistics Report (August 2025)
    Istanbul Provincial Directorate of Culture and Tourism

สำนักข่าว / แหล่งรายงาน

  1. Bangkok crowned world’s top tourism city in 2024
    The Nation Thailand6 ธันวาคม 2024
  2. Revealed the world’s most visited cities by international arrivals in 2025
    Time Out5 ธันวาคม 2025
  3. Top Cities for International Visitors in 2025
    Statista27 กุมภาพันธ์ 2026
หัวข้อ: การท่องเที่ยวการใช้จ่ายของผู้บริโภค